วิบากกรรม ‘เดอะ กันเนอร์ส’

กลายเป็นธรรมเนียมปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกหน้าร้อนเลยก็ว่าได้ สำหรับข่าวคราวการย้ายสังกัดของนักเตะ ’ไอ้ปืนใหญ่’ อาร์เซนอล ที่กำลังเดินพาเหรดออกจากต้นสังกัดเพื่อค้นหาความสำเร็จกับทีมใหม่

โดยคนล่าสุดที่ตกเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาในเวลานี้ คงเป็นคนอื่นไม่ได้นั่นก็คือ โรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ซึ่งสวมหมวกของการเป็นกัปตันทีมอาร์เซนอลอยู่อีก 1 ใบด้วย หลักใหญ่ใจความของความต้องการย้ายทีมของอาร์วีพี คือ เจ้าตัวต้องการความสำเร็จที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่อาร์เซนอลให้ไม่ได้

 

อย่างที่ทราบเดอะ กันเนอร์ส ร้างความสำเร็จมาอย่างยาวนานเป็นเวลากว่า 6 ปีเข้าไปแล้ว อาร์วีพีมองว่าอาร์เซนอลเวลานี้นั้นคงยากที่จะกลับมาอยู่เส้นทางของการเป็นแชมป์ อย่างดีก็คงจะได้แค่เป็นผู้ท้าชิงท้ายที่เกือบสมน้ำสมเนื้อแต่สุดบั้นปลายต้องแพ้ภัยตัวเอง ยืนอยู่บนโพเดียมในอันดับที่ 3

 

หากมองบนพื้นของหลักความเป็นจริง ผมรู้สึกสงสารทั้งตัวอาร์แซน เวนเกอร์ และโรบิน ฟาน เพอร์ซีย์ ความต้องการของเวนเกอร์ นั่นคือหวังที่จะให้อาร์วีพีอยู่กับทีม พร้อมอยู่โยงเซ็นสัญญาฉบับใหม่รับค่าเหนื่อย 130,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่มีปัญหาใหญ่ตรงที่นโยบายหลักทางการเงินของอาร์เซนอลที่เข้มงวด

 

แต่ก็นั่นแหละ เวนเกอร์เองก็คงกลัวอยู่เหมือนกันว่า ถ้าให้เงินค่าเหนื่อยกับฟาน เพอร์ซีย์ มากจนเลยเพดานค่าเหนื่อยของทีม ปัญหาก็จะไฟลามทุ่มยังนักเตะขาใหญ่คนอื่นๆ ที่จะเรียกร้องขอค่าเหนื่อยตามกัปปิตันอาร์วีพีทันทีทันใด

 

 

ถึงกระนั้นถ้าหากจะมองว่าตัวนักเตะหน้าเงิน ก็สามารถมองได้ไม่ผิดอะไร เพราะทุกวันนี้โลกของฟุตบอลมันหมุนด้วยธุรกิจไปเรียบร้อยแล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่านักเตะอาชีพเป็นอาชีพที่ไม่คงทนถาวร อายุการใช้งานมันสั้น เมื่อมีโอกาสก็จำเป็นต้องรีบตักตวงให้เต็มที่ ก่อนที่จะไม่มีน้ำให้ตัก ดังนั้นเพื่อความมั่นคงในอาชีพของตัวเอง นักเตะหลายรายที่อายุเข้าหลัก 3 มักจะต้องการสัญญา 2 ปี แต่มักจะไม่ได้รับโดยเฉพาะจากอาร์แซน เวนเกอร์

 

และเมื่อเป็นเช่นนั้นบรรยากาศในห้องแต่งตัวของอาร์เซนอล ก็จะอุดมไปด้วยดาวเตะอายุน้อยๆ ที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็ยังไม่สามารถหวังพึ่งได้มาก อย่าลืมว่านักเตะฝีเท้าระดับอาร์วีพี คงจะรู้สึกดีเป็นไหนๆ ที่ห้องแต่งตัวของตัวเองมีนักเตะฝีเท้าระดับเวิลด์คลาสอยู่

 

เมื่อเป็นเช่นนั้น เดอะ กันเนอร์ส จำเป็นต้องทุ่มเงินซื้อนักเตะราคาแพงๆ บ้างเพื่อให้บรรยากาศภายในทีมสดชื่นขึ้น ซึ่งถือเป็นจิตวิทยาที่ดี ที่จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับดาวเตะซีเนียร์ของทีม เมื่อมีนักเตะฝีเท้าระดับสูงอยู่ในทีมมาก ความเชื่อมั่น และโอกาสในการลุ้นแชมป์มันก็จะมาเอง

 

อย่างไรก็ตามฤดูกาล 2012/13 นี้ ไม่ว่าอาร์เซนอลจะมีอาร์วีพี หรือไม่มี ผมในฐานะที่ติดตามฟุตบอลมาอย่างใกล้ชิดเป็นเวลานาน ก็ไม่กล้าหาญชาญชัยพอที่จะตัดชื่อของอาร์เซนอลออกจากสารบบการลุ้นแชมป์อย่างเด็ดขาด ถึงแม้โอกาสของเดอะ กันเนอร์ส จะน้อยนิดเพียงใดก็ตาม แต่ด้วยกึ๋นผู้นำระดับขงเบ้งเมืองน้ำหอมอย่างเวนเกอร์ ยังคงมีความน่ากลัวอยู่เสมอ อีกทั้งตัวแทนของฟาน เพอร์ซีย์ ก็ยืนรออยู่แล้วทั้ง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ และลูคัส โพดอลสกี้

 

แต่เชื่อก็เชื่อเถอะ กรณีอยากย้ายทีมของอาร์วีพี จะไม่มีวันสิ้นสุดเพียงเท่านี้ และจะไม่ได้เป็นคนสุดท้ายที่เดินออกจากอาณาจักรเอมิเรต สเตเดียม

 

ถึงกระนั้นผมว่าอาร์เซนอลก็เหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี’ ยังไงๆ ก็คงจะมีนักเตะฝีเท้าระดับเวิลด์คลาสขึ้นมาทดแทนนักเตะรุ่นเก่าอยู่วันยังค่ำ

 

‘แต่นักเตะที่ขึ้นมาแทนนั้นก็ใช่ว่าจะอยู่กับทีมนานจนถึงวันที่แขวนสตั๊ด หากแต่จะเป็นนักเตะที่พร้อมจะวนลูปเดิมเหมือนกับนักเตะรุ่นพี่นั่นแหละครับ’

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply