ซูฮกอัซซูรี่ !

 

จบสิ้น และสิ้นสุดครบทุกกระบวนความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ‘ยูโร 2012’ โดยผลงานคู่ชิงชนะเลิศระหว่างอิตาลี และสเปน จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ต่อสเปนถึง 4-0 ก็ตาม แต่ต้องบอกตามตรงเลยว่า ขอซูฮกกับอิตาลีชุดนี้อย่างแรง

สารภาพตามตรงในฐานะที่เป็นแฟนบอลคนหนึ่งของทีมอัซซูรี ยอมรับเลยว่าก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์ ไม่เคยคาดคิดว่าอิตาลี จะไปได้ไกลถึงนัดชิงชนะเลิศ อย่างเก่งก็ไม่เกินรอบ 8 อย่าฟลุ้คๆ ก็คงจอดป้ายแค่รอบ 4 ทีมสุดท้าย นักเตะในทีมไม่พร้อม ปัญหานักเตะล้มบอลทำให้นักเตะตัวหลักบางรายต้องชวดติดทีมชาติอย่างน่าเสียดาย

ในเกมนัดชิง อิตาลีแทบไม่มีความฟิตของร่างกายให้เห็นเลย ต่างจากเกมแรกที่ดวลกันในนัดเปิดสนาม จอมทัพอย่างอันเดรีย ปีร์โล ที่เคยวางบอลได้อย่างคมกริบและคุมทุกจังหวะของเกมอย่างอยู่หมัด ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกต่อไป อันเป็นผลมาจากวัยที่แตะหลัก 35 กะรัต ขณะเดียวกันผลงานการคุมทีมทัวร์นาเมนต์แรกของ อิล.ชี.ที. เซราเร่ ปรันเดลลี ผลการสอบถ้าวัดตามหลักการเรียนก็คงต้องเรียกว่าอยู่ในกลุ่มรองท้อปกันเลยทีเดีย

หลักใหญ่ใจความอยู่ที่ปรันเดลลี มีอะไรๆ ที่กล้าเปลี่ยนแปลงมากกว่า อิล.ชี.ที. คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเรียกดาวรุ่งหน้าใหม่ ที่น่าสนใจติดทีม ไหนจะเป็นเรื่องของการวางแทคติกที่เน้นเกมรุกอย่างสวยงาม แต่ยังไม่ลืมจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างการเพรสซิง อีกอย่างหนึ่งถ้าดูจากรูปเกมเพียวๆ ไม่ดูผลการแข่งขัน อิตาลีชุดนี้ดูดี และดูเท่กว่าอิตาลีในยุคฟุตบอลโลก 2010 ที่ตกรอบแรกแบบ……สมควรตกรอบ ฟุตบอลยูโร 2008 ของโรแบร์โต โดนาโดนี ที่แพ้ต่อสเปน ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ภาพรวมในรายการนั้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ถือว่าค่อนข้างเละเป็นโจ๊ก อีกทั้งผมยังรู้สึกอีกว่ายูโร 2012 ชุดรองแชมป์นี้ ยังดูเจ๋งกว่าชุดฟุตบอลโลก 2006 ที่กว่าจะเข้ารอบ และกว่าจะเป็นแชมป์ได้นี่แฟนๆ อัซซูรีต้องอั้นฉี่ตามลุ้นกันถึง 120 นาที และบางเกมถึงฎีกาลูกโทษด้วยซ้ำไป

แต่ทุกอย่างสิ้นสุดลงแล้ว ปรันเดลลีและลูกทีมในทีมชาติอิตาลีหน้าใหม่ๆ จะต้องเริ่มปรับโฟกัสใหม่ของตัวเอง เพื่อเตรียมความพร้อมลุยคว้าตั๋วฟุตบอลโลก 2014 ท่ีกำลังจะระเบิดแข้งในอีก เดือน 2 เดือนข้างหน้านี้แล้ว ถ้าอิตาลียังคงรักษามาตรฐานที่แสดงให้เห็นในยูโร 2012 พร้อมกับแก้ไขจุดอ่อนข้อบกพร่องของทีม เชื่อวได้เลยว่าฟุตบอลโลก 2014 อิตาลีจะแสดงอะไรดีๆ ให้ทุกคนได้เห็นอย่างแน่นอน

‘อาจจะไม่ต้องรอให้ถึงปีที่ 12 หลังคว้าแชมป์โลก หรือต้องรอปีที่ 24 ถึงจะเป็นแชมป์โลก ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีซในยูโร 2012 อิตาลีนี่แหละก็มีสิทธิ์ข้ึนครองบัลลังก์แชมป์โลกสมัยที่ 5 ก็เป็นได้ ’

แม้จะได้แค่รองแชมป์ แต่ถ้าเป็นรองแชมป์เพื่อรอวันขึ้นไปเป็นแชมป์หน้าใหม่ มันก็คงเป็นอะไรที่สุดยอดสุดๆ เช่นกัน

You can leave a response, or trackback from your own site.

Leave a Reply