บทสรุปของฟุตบอลยูโร 2012 กำลังใกล้ได้ข้อสรุปเข้าไปทุกขณะ หลังจากที่ได้คู่ชิงชนะเลิศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งในนัดชิงชนะเลิศที่โอลิมปิก สเตเดียมในกรุงเคียฟ นัดนี้เป็นเกมรีแมตช์จากรอบแรกในกลุ่ม C ระหว่างกระทิงดุ สเปน พบกับอัซซูรี่ อิตาลี ที่จะได้รู้กันแน่นอนในวันอาทิตย์นี้!
เส้นทางของก่อนที่ทั้ง 2 ทีมก่อนที่จะก้าวเข้าสู่สนามนัดชิงชนะเลิศนั้น คงต้องบอกว่าทั้ง 2 ทีมเจอสถานการณ์ที่หืดขึ้นคอไม่แพ้กัน โดยรอบ 8 ทีมสุดท้ายสเปนต้องเผชิญหน้ากับตราไก่ ทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งผลการแข่งขันก็เป็นสเปนที่เล่นแบบสบายแข้งผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทึมสุดท้ายกับโปรตุเกส และในเกมนั้นเองสเปนต้องเล่นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ 120 นาที ก็ยังไม่สามารถคว่ำโปรตุเกสลงได้ จนต้องตัดสินถึงขั้นฎีกาด้วยการดวลจุดโทษ
ขณะเดียวกันอัซซูรี อิตาลี ต้องเจอเกมหนักตั้งแต่รอบ 8 ทีมสุดท้ายกับทีมชาติอังกฤษ ซึ่งกว่าจะเข้ารอบได้ก็ต้องตัดสินถึงการดวลลูกที่จุดโทษ ซึ่งก็ถือเป็นการตัดสินที่ค่อนข้างยุติธรรมเลยทีเดียว เพราะในช่วงเวลาปกติ และต่อเวลาพิเศษทั้ง 2 ทีมสูสีคู่คี่ เรียกว่าใครจะชนะก็ไม่น่าเกลียด นอกเหนือจากนี้ทั้ง 2 ทีมก็มีประวัติ ‘ชื่อเสีย’ ในการดวลลูกโทษพอๆ กัน และท้ายที่สุดก็เป็นอิตาลีที่สามารถเอาชนะลูกจุดโทษ ทะลุเข้าไปดวลกับเต็งแชมป์อย่างเยอรมนี
และด้วยความเก๋าที่อิตาลีมีมากกว่า บวกกับความคมของมาริโอ บาโลเทลลี่ ทำให้ลูกทีมของโยกี้ โยอัคคิม เลิฟ โดนสอนบอลตลอด 90 นาที และได้เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปดวลกับสเปนที่เคยเจอกันมาก่อนในรอบแบ่งกลุ่มของ กลุ่ม C
**รีแมตช์
เกมนี้จะเป็นเกมที่สำคัญยิ่งกว่าในรอบแบ่งกลุ่ม เพราะในเวลาน้ีการแข่งขันได้ล่วงเข้ามาสู่นัดชิงชนะเลิศแล้ว เชื่อว่าแฟนๆ อัซซูรี คงรู้สึกเบาใจไม่น้อย อันเนื่องมาจากในเกมแรกที่พบกัน อิตาลีโชว์ฟอร์มชนิดที่เรียกว่าหักปากกาเซียน ด้วยฟอร์มการเล่นในสนามนักรบสีน้ำเงินสามารถดับความร้อนแรงของแผงกองกลางสเปนที่นำมาโดย อันเดรียส อิเนียสตา ชาบี้ อลอนโซ ชาบี้ เอร์นานเดซ ได้อย่างอยู่หมัด ด้วยแทคติกการเล่นเพรสซิ่งที่แข็งแกร่ง จนเกือบทำให้สเปนไม่มีแต้มด้วยซ้ำไป
และในนัดชิงชนะเลิศที่คนทั่วโลกเฝ้าจับตามอง เชื่อว่าด้วยกึ๋นของสุดยอดกุนซืออย่างบิเซนเต้ เดล บอสเก้ คงไม่มีวันที่จะยอมให้สเปนเพลี้ยงพล้ำเหมือนอย่างในเกมแรกซ้ำรอยอีกคราอย่างแน่นอน แต่ส่วนตัวเชื่อว่าเกมในนัดชิงชนะเลิศคงจะขึ้นอยู่กับดาวเด่นของแต่ละทีมมากกว่า
***ดูฟอร์มดาวเด่น
สำหรับในทัวร์นาเมนต์นี้ทีมชาติอิตาลี หลายคนอาจจะไม่มีใครเชื่อว่าพวกเขาจะมีโอกาสหลุดเข้าไปสู่รอบชิงชนะเลิศได้ แต่ด้วยทีมเวิร์กอันแข็งแกร่งอันเป็นสไตล์การทำทีมของเซราเร่ ปรันเดลลี ที่เคยแสดงให้เห็นมาแล้วในครั้งที่เคยคุมฟิออเรนตินา ทีมดังจากศึกกัลโช่ เซเรีย อา
โดยดาวเด่นของอิตาลีคงหนีไม่พ้นชายที่ชื่ออันเดรีย ปีร์โล กองกลางจอมเก๋าจากยูเวนตุส ที่ผลงานในฤดูกาล 2011/12 ยอดเยี่ยมจนพายูเวนตุสเป็นแชมป์สกูเด็ตโต้แบบไม่แพ้ใคร 38 นัด ส่วนการเล่นทีมชาติก็ยังปีร์โลเป็นคนสำคัญของทีมไม่ว่าจะเป็นการคุมจังหวะเกม ว่าอิตาลีควรเล่นจังหวะช้า หรือจังหวะไหนที่อิตาลีควรจะเล่นกมเเร็ว ปีร์โลคือคนคุมจังหวะดังกล่าวทั้งหมด นอกจากนี้ปีร์โล ยังมีจุดเด่นเรื่องของการผ่านบอล ที่มีสถิติบอกว่าปีร์โลเป็นนักเตะที่ผ่านบอลให้เพื่อนร่วมทีมคิดเป็นเปอร์เซนต์มากที่สุดในยูโร 2012
ทางด้านสเปน ดาวเด่นก็คงจะหนีไม่พ้นแดนกลางเช่นเดียวกัน นั่นก็คืออันเดรียส อิเนียสตา ด้วยผลงานการันตีความสามารถอันเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับโดยถ้วนหน้าแล้วว่าห้องเครื่องจากบาร์เซโลนารายนี้คือคนสำคัญของสเปนอย่างแท้จริง เสมือนกับปีร์โลทุกประการ ด้วยการเป็นนักเตะที่คอยบัญชาเกม การผ่านบอลที่คมกริบ อีกทั้งยังมีทีเด็ดในการบุกฝ่าทะลวงเกมรับของฝ่ายตรงข้ามด้วยความสามารถอันเอกอุ
เรียกว่านัดชิงชนะเลิศเกมนี้ จะเป็นเกมที่วัดความสามารถแบบเดี่ยวๆ ตัวๆ ของห้องเครื่องคนสำคัญของทั้ง 2 ทีม ว่าใครพลาดพลั้งก่อน อาจจะทำให้เกมรุก-รับ ของชาตินั้นอาจจะต้องเสียกระบวนกันไปเลยทีเดียว ก็ว่าได้
***จุดแข็ง-จุดอ่อน
คงต้องบอกว่าทั้ง 2 ทีม อิตาลีและสเปนต่างก็มีจุดอ่อนจุดแข็งที่แทบจะเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งผู้รักษาประตู กองหลัง และกองกลาง ที่ต่างมีนักเตะระดับเวิลด์คลาสอยู่ในทีมด้วยกันทั้งสิ้น แต่ปัญหาใหญ่ที่ทั้ง 2 ทีมจะต้องแก้ก่อนที่จะดวลกันในนัดชิงชนะเลิศ จะอยู่ที่แผงกองหน้า
อิตาลี แม้ว่าจะมีมาริโอ บาโลเทลลี ที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในนัดที่เจอกับเยอรมนี ด้วยกาลเหมา 2 ลูกจนขึ้นแท่นไปเป็นดาวซัลโวสูงสุดอยู่ก็จริง แต่ถ้าหากจะวิเคราะห์ดูแล้วซุเปเปอร์มาริโอเองก็มีปัญหาเรื่องของการจบสกอร์ ใช้โอกาสค่อนข้างเปลือง อีกทั้งยังมีปัญหาในการตัดสินใจว่าจังหวะไหนควรจะยิ่ง จังหวะไหนควรจะดึงเกมเพื่อรอเพื่อนร่วมทีม โดยทั้งหมดนั้นอาจเป็นเพราะเจ้าตัวยังตื่นสนามกับการลงเป็นตัวจริงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่่เช่นนี้
นอกเหนือจากนี้ตัวสนับสนุนอย่างอันโตนิโอ คาสซาโน ฟอร์มการเล่นก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง การจับคู่กับบาโลเทลลี่ยังไม่ลงตัว หลายครั้งคาสซาโนเองก็ทำให้จังหวะเกมบุกของอิตาลีเสียอยู่บ่อยครั้ง ครั้นจะไปหวังที่อันโตนิโอ ดิ นาตาเล ดาวเตะที่โชว์ฟอร์มได้ดีในสโมสรกับอูดิเนเซ่ ก็คงจะเป็นเรื่องยาก เนื่องจากปรันเดลลีไม่ได้ตั้งใจจะให้ดิ นาตาเล เป็นผู้เล่นตัวเลือกแรกๆ ในแผงกองหน้าอยู่แล้ว
ทางด้านทีมชาติสเปนตั้งแต่เริ่มทัวร์นาเมนต์นี้ ยูโร 2012 สเปนแทบจะไม่มีการใช้กองหน้ามืออาชีพเลยสักครั้ง แต่หันไปใช้บริการ เชส ฟาเบรกาส ลงเล่นกองหน้าเสมือนของทีม แทนที่จะใช้กองหน้าอาชีพอย่างเฟร์นานโด ตอร์เรส และเฟร์นานโด ญอร์เรนเต้
แต่ผมเชื่อลึกๆ ว่าในเกมนัดชิงชนะเลิศ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ น่าจะเลือกกองหน้าอาชีพลงดวลกับแผงหลังอิตาลี เพราะผมเชื่อว่าในเกมสำคัญๆ เช่นนี้ การใช้กองหน้าอาชีพน่าจะเป็นสิ่งที่กดดันแผงเกมรับอิตาลีมากกว่า การใช้ผู้เล่นตำแหน่งอื่นมาเล่นเป็นกองหน้า
***ความน่าจะเป็น
เกมคู่ชิงเกมนี้จะเป็นเกมที่สนุกแน่นอน อิตาลีไม่ใช่ทีมที่ดีแต่รับอย่างที่เคยเข้าใจมาก่อนอย่างสิ้นเชิง แต่อิตาลีกลับมีกองกลางที่แข็งแกร่ง อย่าอันเดรีย ปีร์โลที่กลับมาสู่ฟอร์มที่สุดยอดอย่างพอดิบพอดี บวกกับกองหน้าที่แม้จะยังไม่นิ่ง แต่กำลังใจกำลังมาเต็มร้อยอย่างบาโลเทลลี ขณะเดียวกันสเปนเองก็มีเกมรับ และแดนกลางที่ดี แต่ตำแหน่งกองหน้ายังคงเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ ทำให้เกมๆ นี้จะวัดกันที่แผงกองกลาง ว่าแม่ทัพของฝ่ายใด (ปีร์โล-อิเนียสตา) ใครจะคุมจังหวะของทีมได้ดีกว่า และใครกันที่จะเป็นฝ่ายพลาดท่าเพลี้ยงพล้ำเสียทีก่อนกัน
แล้วคุณละครับพร้อมหรือยัง ที่จะต้องหยุดทุกลมหายใจ เพื่อเกมฟุตบอลนัดชิงคู่นี้อย่างไม่กะพริบตา!

June 30th, 2012
admin 
Posted in